
การเลือกสื่อสารออนไลน์หรือ ออฟไลน์ จะต้องเข้าใจผู้บริโภค รู้จักผลิตภัณฑ์ และศึกษาสิ่งแวดล้อมทางสังคม
การสื่อสารถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำ การตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สื่อสารมวลชนแขนงต่าง ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ทางการตลาดมีความเข้มข้นและแข่งขันกันรุนแรง การลงทุนซื้อสื่อมักถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดี
เพราะสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว กับผู้บริโภคยุคนี้ก็คือ การมีโอกาสติดตามข่าวสารข้อมูลต่างๆจากสื่อได้รวดเร็ว ทันที เชื่อหรือไม่ว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ต่าง ๆ นั้นมีโอกาสถูกยัดเยียดข้อมูลต่าง ๆ ทั้งที่ไม่จำเป็นและจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นมาแล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ และวิทยุหรือโทรทัศน์ ผู้บริโภคก็สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่นำเสนอผ่านสื่อเหล่านั้น การเดินทางไปเรียนหรือทำงานก็ถูกยัดเยียดให้มองเห็นป้ายโฆษณาทั้งบนรถประจำทาง ป้ายโฆษณาข้างทาง ฯลฯ หรือแม้แต่ยู่ในลิฟขณะนั่งทำงานอยู่ ก็มีโอกาสรับรู้ข่าวสารจากคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
ดังนั้นผู้ประกอบการที่คิดจะลงทุนกับสื่อต่าง ๆ จะต้องคิดให้รอบคอบว่าช่องทางใดจะเหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า การแสวงหาโอกาสเพื่อทำการตลาดในโลกพหุวัฒนธรรม จำเป็นต้องศึกษาถึงอิทธิพลของสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีรวมทั้งวัฒนธรรมของผู้บริโภคแต่ละท้องถิ่น มิเช่นนั้นการในการสื่อสารหรือเพื่อทำโฆษณาอาจไม่ได้ผลตามที่ตั้งไว้
การสื่อสารการตลาดกับสื่อใดจึงจะคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะระหว่างสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ แน่นอนที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายท่านได้รลองผิดลองถูกกับการสื่อสารการตลาดเหล่านี้กัยมาแล้ว คุ้มบ้างไม่คุ้มบ้าง
และสิ่งสำคัญที่สุด ที่เป็นเรื่องพื้นฐานก็คือ การสื่อสารการตลาดจะได้ผล ต้องศึกษาและเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เพื่อจะได้ทราบว่าลูกค้าของตนเองนั้นเป็นใคร ต้องการอะไร มีวัฒนธรรมแบบไหน คือไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร บริโภคแบบไหน ฯลฯ
การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างแบรนด์ที่ได้ผลก็คือการลงทุนกับการสื่อสารการตลาดในทุกช่องทาง(Multi approach) เพื่อให้ผ่านหูผ่านตาผู้บริโภคให้มากที่สุด หรือ ในขณะที่บางผลิตภัณฑ์ (ชั้นนำ) ไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ แต่ก็ต้องคิดต่อว่าจะต้องสื่อสารอย่างไรเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนั้นมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสาร ความเป็นมา จุดเด่นและคุณประโยชน์และ คุณลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้จากการบริโภค ฯลฯ
หากต้องการหาช่องทางใหม่ ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และโดนใจมากขึ้น จะต้องลงทุนกับสื่อประเภทใด เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า รวมทั้งสิ่งแวดล้อมทางสังคม เรามี3สื่อทางเลือกที่มาแรงแบบไม่หยุด ได้แก่
สื่อออนไลน์ สื่อสมัยใหม่ ที่ถูกพูดถึงมากในช่วงที่ผ่านมา จนเกิดกระแสการทำงานบนอินเตอร์เน็ต ที่เป็นเมล์ขยะ! น่าเบื่อ ที่เราได้รับกันอย่ ทุกวี่ทุกวัน เนื่องจากการสร้างการรับรู้จากสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นการลงทุนเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายของสื่อออฟไลน์แล้ว ถือว่ายังคุ้มค่า
สื่อออนโมบาย เครื่องมือสื่อสารที่ผู้บริโภคนิยมมากที่สุดก็คือโทรศัพท์มือถือ ข้อเท็จจริงบางประการก็คือ อีเมลขยะ นั้นเราลบทิ้งทันที่ แต่SMS เราเปิดดูก่อนเสมอ
สื่อบุคคล แบบแนะนำต่อ ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ก็คือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นข้าราชการ หรือ ชาวสวนไม่นิยมสื่ออินเตอร์เน็ต, ใช้โทรศัพท์มือถือแค่การสนทนาเท่านั้น และมองเห็นว่านิตยสารที่วางขายอยู่ในแผงหนังสือนั้นข้อมูลล่าช้า,เก่ากว่าข่าวสารทางโทรทัศน์ นั่นหมายความว่าต่อจากนี้ไปสื่อทางเลือกที่สำคัญในกรณีคือ สื่อบุคคล ซึ่งยังมาแรงอย่างแน่นอน
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่จะบุกตลาดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายจะต้องใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่โดนใจลูกค้า แม้ว่าจะมีเว็บเพจอยู่แล้วก็ต้องมาสำรวจดูว่าทันสมัยและข่าวสารข้อมูลน่าติดตามหรือไม่ อย่าลืมว่าทุกวันนี้มีเว็บไซต์จำนวนมากในโลกไซเบอร์ หากต้องการประสบความสำเร็จในการสื่อสารแบบออนไลน์จะต้องทำอย่างไรบ้าง ที่สำคัญการสื่อสารการตลาดไม่ได้จบแค่มีเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังมีการทำการตลาดกับโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่กลุ่มเป้าหมายนิยม ที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงทุนเช่นกัน
การตลาดออนไลน์เป็นการสื่อสารราคาประหยัดและสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ตลอดเวลา แต่ใช่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทุกกรณี ผู้ประกอบการต้องเข้าใจลูกค้าของตนเองว่า บริโภคสื่อประเภทไหน สำหรับประเทศไทย การขายสินค้าและบริการสำหรับกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มจำเป็นต้องเลือกสื่อสารแบบออฟไลน์อยู่ดี
สุดท้ายขอฝากข้อคิดว่าจะเลือกสื่อสารออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ จะต้องเข้าใจผู้บริโภค รู้จักผลิตภัณฑ์ และศึกษาสิ่งแวดล้อมทางสังคม เพียงเท่านี้ก็จะทำให้การสื่อสารได้ผลแน่นอน
บทความโดย Captain Regencysoda
การสื่อสารถือว่าเป็นหัวใจสำคัญอย่างยิ่งสำหรับการทำ การตลาดในปัจจุบัน เนื่องจากเป็นช่องทางในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้ในวงกว้าง ทำให้ผู้ประกอบการส่วนใหญ่ในปัจจุบันให้ความสำคัญกับการเลือกใช้สื่อสารมวลชนแขนงต่าง ๆ เพื่อนำเสนอสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับลูกค้า โดยเฉพาะในช่วงที่สถานการณ์ทางการตลาดมีความเข้มข้นและแข่งขันกันรุนแรง การลงทุนซื้อสื่อมักถูกวางแผนไว้เป็นอย่างดี
เพราะสิ่งที่ได้เกิดขึ้นแล้ว กับผู้บริโภคยุคนี้ก็คือ การมีโอกาสติดตามข่าวสารข้อมูลต่างๆจากสื่อได้รวดเร็ว ทันที เชื่อหรือไม่ว่า ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ต่าง ๆ นั้นมีโอกาสถูกยัดเยียดข้อมูลต่าง ๆ ทั้งที่ไม่จำเป็นและจำเป็นต่อการดำเนินชีวิตอยู่ตลอดเวลา ตั้งแต่ตื่นมาแล้วเปิดโทรศัพท์มือถือ และวิทยุหรือโทรทัศน์ ผู้บริโภคก็สามารถรับรู้สิ่งต่าง ๆ ที่นำเสนอผ่านสื่อเหล่านั้น การเดินทางไปเรียนหรือทำงานก็ถูกยัดเยียดให้มองเห็นป้ายโฆษณาทั้งบนรถประจำทาง ป้ายโฆษณาข้างทาง ฯลฯ หรือแม้แต่ยู่ในลิฟขณะนั่งทำงานอยู่ ก็มีโอกาสรับรู้ข่าวสารจากคอมพิวเตอร์ ฯลฯ
ดังนั้นผู้ประกอบการที่คิดจะลงทุนกับสื่อต่าง ๆ จะต้องคิดให้รอบคอบว่าช่องทางใดจะเหมาะสมและคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป อย่างที่กล่าวในข้างต้นว่า การแสวงหาโอกาสเพื่อทำการตลาดในโลกพหุวัฒนธรรม จำเป็นต้องศึกษาถึงอิทธิพลของสื่อต่าง ๆ เพื่อให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีรวมทั้งวัฒนธรรมของผู้บริโภคแต่ละท้องถิ่น มิเช่นนั้นการในการสื่อสารหรือเพื่อทำโฆษณาอาจไม่ได้ผลตามที่ตั้งไว้
การสื่อสารการตลาดกับสื่อใดจึงจะคุ้มค่าที่สุด โดยเฉพาะระหว่างสื่อออนไลน์และสื่อออฟไลน์ แน่นอนที่ผ่านมาผู้ประกอบการหลายท่านได้รลองผิดลองถูกกับการสื่อสารการตลาดเหล่านี้กัยมาแล้ว คุ้มบ้างไม่คุ้มบ้าง
และสิ่งสำคัญที่สุด ที่เป็นเรื่องพื้นฐานก็คือ การสื่อสารการตลาดจะได้ผล ต้องศึกษาและเข้าใจพฤติกรรมของผู้บริโภคและกลุ่มเป้าหมายเป็นอย่างดี เพื่อจะได้ทราบว่าลูกค้าของตนเองนั้นเป็นใคร ต้องการอะไร มีวัฒนธรรมแบบไหน คือไลฟ์สไตล์เป็นอย่างไร บริโภคแบบไหน ฯลฯ
การนำเสนอผลิตภัณฑ์ใหม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้กับกลุ่มเป้าหมาย และการสร้างแบรนด์ที่ได้ผลก็คือการลงทุนกับการสื่อสารการตลาดในทุกช่องทาง(Multi approach) เพื่อให้ผ่านหูผ่านตาผู้บริโภคให้มากที่สุด หรือ ในขณะที่บางผลิตภัณฑ์ (ชั้นนำ) ไม่จำเป็นต้องสร้างแบรนด์ แต่ก็ต้องคิดต่อว่าจะต้องสื่อสารอย่างไรเพื่อให้กลุ่มเป้าหมายนั้นมีโอกาสได้รับรู้ข่าวสาร ความเป็นมา จุดเด่นและคุณประโยชน์และ คุณลักษณ์ของผลิตภัณฑ์ รวมทั้งประสบการณ์ใหม่ ๆ ที่ได้จากการบริโภค ฯลฯ
หากต้องการหาช่องทางใหม่ ๆ ในการเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายให้ชัดเจน และโดนใจมากขึ้น จะต้องลงทุนกับสื่อประเภทใด เพื่อให้สอดคล้องกับไลฟ์สไตล์ที่เปลี่ยนไปของลูกค้า รวมทั้งสิ่งแวดล้อมทางสังคม เรามี3สื่อทางเลือกที่มาแรงแบบไม่หยุด ได้แก่
สื่อออนไลน์ สื่อสมัยใหม่ ที่ถูกพูดถึงมากในช่วงที่ผ่านมา จนเกิดกระแสการทำงานบนอินเตอร์เน็ต ที่เป็นเมล์ขยะ! น่าเบื่อ ที่เราได้รับกันอย่ ทุกวี่ทุกวัน เนื่องจากการสร้างการรับรู้จากสื่ออินเทอร์เน็ตเป็นการลงทุนเล็กน้อย เมื่อเปรียบเทียบกับค่าใช้จ่ายของสื่อออฟไลน์แล้ว ถือว่ายังคุ้มค่า
สื่อออนโมบาย เครื่องมือสื่อสารที่ผู้บริโภคนิยมมากที่สุดก็คือโทรศัพท์มือถือ ข้อเท็จจริงบางประการก็คือ อีเมลขยะ นั้นเราลบทิ้งทันที่ แต่SMS เราเปิดดูก่อนเสมอ
สื่อบุคคล แบบแนะนำต่อ ยกตัวอย่างให้เห็นชัด ๆ ก็คือ กลุ่มลูกค้าเป้าหมายที่เป็นข้าราชการ หรือ ชาวสวนไม่นิยมสื่ออินเตอร์เน็ต, ใช้โทรศัพท์มือถือแค่การสนทนาเท่านั้น และมองเห็นว่านิตยสารที่วางขายอยู่ในแผงหนังสือนั้นข้อมูลล่าช้า,เก่ากว่าข่าวสารทางโทรทัศน์ นั่นหมายความว่าต่อจากนี้ไปสื่อทางเลือกที่สำคัญในกรณีคือ สื่อบุคคล ซึ่งยังมาแรงอย่างแน่นอน
ดังนั้น ผู้ประกอบการที่จะบุกตลาดเพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายจะต้องใช้กลยุทธ์การสื่อสารที่โดนใจลูกค้า แม้ว่าจะมีเว็บเพจอยู่แล้วก็ต้องมาสำรวจดูว่าทันสมัยและข่าวสารข้อมูลน่าติดตามหรือไม่ อย่าลืมว่าทุกวันนี้มีเว็บไซต์จำนวนมากในโลกไซเบอร์ หากต้องการประสบความสำเร็จในการสื่อสารแบบออนไลน์จะต้องทำอย่างไรบ้าง ที่สำคัญการสื่อสารการตลาดไม่ได้จบแค่มีเว็บไซต์เท่านั้น แต่ยังมีการทำการตลาดกับโซเชียล เน็ตเวิร์ค ที่กลุ่มเป้าหมายนิยม ที่ผู้ประกอบการจำเป็นต้องลงทุนเช่นกัน
การตลาดออนไลน์เป็นการสื่อสารราคาประหยัดและสามารถสื่อสารกับลูกค้าได้ตลอดเวลา แต่ใช่ว่าจะเป็นประโยชน์ในทุกกรณี ผู้ประกอบการต้องเข้าใจลูกค้าของตนเองว่า บริโภคสื่อประเภทไหน สำหรับประเทศไทย การขายสินค้าและบริการสำหรับกลุ่มผู้บริโภคบางกลุ่มจำเป็นต้องเลือกสื่อสารแบบออฟไลน์อยู่ดี
สุดท้ายขอฝากข้อคิดว่าจะเลือกสื่อสารออนไลน์ หรือ ออฟไลน์ จะต้องเข้าใจผู้บริโภค รู้จักผลิตภัณฑ์ และศึกษาสิ่งแวดล้อมทางสังคม เพียงเท่านี้ก็จะทำให้การสื่อสารได้ผลแน่นอน
บทความโดย Captain Regencysoda
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น